xxx of yyy characters
Join Group

Kanlayanee English Program

Google Translation: Off

When Google Translation is on, topics and messages in this group will be machine-translated to your language by Google.

Messages


Topic: เล่าเรื่องดีก่า ไม่มีไรทำ -*-
ข้าพเจ้ารักการผายลม
การผายลมนับเป็นศาสตร์และศิลป อย่างหนึ่ง...
ข้าพเจ้าเรียนรู้มันมาตั้งแต่ยังเป็นเด็กตัวเล็กๆ
สิ่งที่ทำให้ข้าพเจ้าหันมาสนใจมันอย่างจริงจังก็คือ..
ลุงของข้าพเจ้าเอง...

ข้าพเจ้าจำได้ดี ตอนอยู่ประมาณประถมสี่...
ลุงของข้าพเจ้าได้ทำการผายลมอันน่าทึ่ง..
ท่านได้แบ่งลมออกเป็น 3 ช่วง 3 จังหวะ...
และปล่อยมันออกมา ในท่า ต่างๆกัน..

เหตุการณ์วันนั้นยังติดตาตรึงใจข้าพเจ้ามาจนทุกวันนี้...

ตั้งแต่นั้นมา ข้าพเจ้าศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับการผายลม
ทั้งจากการอ่าน และการลองกระทำ...
ข้าพเจ้าศึกษาจนได้ค้นพบว่า
ในพื้นผิวต่างกัน และองศาของตูด..
มีผลทำให้เสียงที่ออกมา ทุ้ม แหลม ต่างกัน ในระดับองศาใด.. และพื้นผิวแบบไหน..

กลิ่น ก็สำคัญ...
ข้าพเจ้าศึกษาจนค้นพบว่า กินอะไรเข้าไป กลิ่นจะออกมาให้ความรุนแรงในระดับไหน..

ข้าพเจ้าชอบผายลมในลิฟท์
เนื่องด้วยมันเป็นที่อับ และมีคนแปลกหน้ามากมาย..
ข้าพเจ้าชอบมองสีหน้าของคนเหล่านั้น
ยามเมื่อพวกเขาได้กลิ่นรัญจวนที่ออกมาจากตูดของข้าพเจ้า..
น่าแปลก ทั้งทั้งที่มันโคตรจะเหม็น
แต่กลับไม่เคยมีใครปริปากพูดเลยซักคน ว่า มันเหม็น
ข้าพเจ้ารู้สึกได้ถึงความเกรงอกเกรงใจกันในที่แคบๆแห่งนี้

ทุกวัน ก่อนจะเริ่มเข้างาน ลิฟท์ที่ออฟฟิศข้าพเจ้าจะมีคนเยอะมากๆ
ข้าพเจ้าแอบแฝงเข้าไปในลิฟท์
ก่อนที่จะกระทำการ "ตดสุ่ย" ออกมา
*ตดสุ่ย คือการตดแบบเบาๆ แทบจะไม่มีเสียง เสียงที่ออกมาถ้าเงี่ยหูฟังจะดัง สุ่ย เบาๆ ต้องมือโปรเท่านั้นจึงจะทำได้*

ในบางครั้ง ขณะที่คนกำลังพูดคุยกันอยู่ในลิฟท์
เมื่อข้าพเจ้าตดไปแล้วเสียงคุยจะเงียบลงทันที...
สีหน้าทุกคนจะเปลี่ยน.. แต่ไม่มีใครถามว่าใครตด...

เวลาผ่านไป...
ผู้คนเริ่มพูดถึงเรื่องกลิ่นแปลกๆในลิฟท์
ข้าพเจ้ารู้สึกภูมิใจเหลือเกินที่ไม่มีใครรู้ตัวตนที่แท้จริงของผู้ปล่อยกลิ่นนั้น..

เหมือนฮีโร่ที่แอบทำความดีโดยมีหน้ากากปิดบังหน้าตาที่แท้จริง...

จนกระทั่ง...
เช้าวันนี้ข้าพเจ้าแฝงตัวเข้าไปในลิฟท์ตามปรกติ...
ในขณะที่ข้าพเจ้ากำลังจะทำการตดสุ่ยนั้นเอง..
ข้าพเจ้าก็ได้กลิ่น.. เป็นกลิ่นเหม็นเน่ามากๆ..
ใครนะ มันบังอาจ ตดตัดหน้าฉัน!!
กลิ่นมันโคตรเหม็นอ่ะ..
ไอ้แว่นคนนั้น.. ไอ้อ้วนคนนั้น.. หรือหนึ่งในพวกผู้หญิงขี้เมาท์กลุ่มนั่น...
ข้าพเจ้าได้แต่เก็บความแค้นไว้...
มันทำให้ข้าพเจ้านอนไม่หลับ...

วันรุ่งขึ้น... เวลาเดิม..
ข้าพเจ้าเดินเข้าไปในลิฟท์พร้อมคนกลุ่มเดิม
ถึงแม้จะมีคนอื่นเข้ามาปะปนบ้าง..
แต่กลิ่นนั้นมันก็มาอีก.. กลิ่นเหม็นเน่าแบบเดิม...

ได้เลย กูรับคำท้า!!

ข้าพเจ้าคิดในใจ พร้อมกับปล่อย "ตดหัวขี้" ออกไป!!
**ตดหัวขี้ คือการตดเบียดอึ การตดโดยมีอึคาตูด กลิ่นเหม็นจะทวีความรุนแรงเป็น 2 เท่า!! *
ในลิฟท์ตอนนี้ กลิ่นตดของข้าพเจ้าและของบุคคลนิรนาม ตีกันตลบอบอวล อยู่ภายใน..
มันทำให้ผู้อื่นที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ถึงกับพาลจะอ๊วกแตกออกมา...

และในที่สุด!!

ข้าพเจ้าก็เป็นฝ่ายแพ้..
กลิ่นของบุคคลนิรนามนั่นรุนแรงกว่า.. และอยู่นานกว่ากลิ่นของข้าพเจ้า...
น้ำตาของข้าพเจ้าไหล...

พรุ่งนี้.. กูจะแก้ตัว...

เช้าวันนี้ข้าพเจ้ามาพร้อมกับความมุ่งมั่นที่จะเอาชนะ...
ที่เก่า.. เวลาเดิม.. คนกลุ่มเดิม..
หัวใจข้าพเจ้าเต้นระส่ำในขณะก้าวเท้าเข้าไปในลิฟท์...
กลิ่นเดิมมาอีกแล้ว...
ข้าพเจ้าตัดสินใจใช้ท่าไม้ตาย!!
................
..........
......

"โหย ไอ้จอม มัน Here มากเลย แม่งขี้ในลิฟท์อ่ะ"
"ไอ้จอม แม่งขี้แตกคาลิฟท์ โคตรเหม็นระยำเลย"
เสียงบ่นก่อนด่าของคนในออฟฟิศยังคงเป็นไป
อย่างต่อเนื่องยาวนานแม้เวลาจะผ่านเลยไปนานแล้ว

แต่ข้าพเจ้าไม่สนใจหรอก...

เพราะข้าพเจ้าเป็นผู้ชนะ...

ว่าฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ (กูชนะแล้ว)
Sep 21, 2008
4:47 PM


Note: To add an image or link in your message, use <img src="http://www.hi5.com/example.jpg"> or <a href="http://www.hi5.com/example.html">Text </a>

 
 

  
ทายซิเสียงอะไรๆ

มีชายหนุ่มคนหนึ่งขับรถคันงามราคาหลายล้านท่องเที่ยวไปเรื่อยๆ
จนกระทั่งรถเกิดเสียกระทันหัน ทันใดนั้นเองฝนก็เริ่มตก
เกิดพายุอย่างรุนแรง เขาจึงตัดสินใจออกจากรถเพื่อหาคนมาช่วย
และแล้วเขาก็ไปเห็นวัดๆหนึ่งตั้งอยู่กลางภูเขา
ถ้าเป็นใครเห็นแบบนี้ก็คงจะไปโบกรถขอความช่วยเหลือ
แต่ชายหนุ่มผู้นี้กลับพยายามปีนขึ้นไปบนภูเขาแห่งนี้
ด้วยความพยายามอย่างไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค

จึงทำให้เขาขึ้นมาถึงวัด เขาก็ได้พบกับท่านเจ้าอาวาสแห่งวัดนี้
แล้วขออนุญาตพักแรมที่วัดนี้ 1 คืน
ท่านเจ้าอาวาสก็สั่งให้เณรไปจัดห้องให้ชายหนุ่มได้พัก เมื่อชายหนุ่มหลับไป
ก็เกิดเสียงประหลาดอย่างหนึ่งขึ้นตอนตี 3 'กึก กึก กึก…………โครม'
ชายหนุ่มเกิดสะดุ้งตื่นขึ้นมาและได้ยินเสียงนี้เป็นเวลา 10 นาที
เมื่อเสียงนี้เงียบไปแล้วจึงลุกออกจากเตียงและรีบวิ่งไปหาเจ้าอาวาส

ชายหนุ่ม: หลวงพ่อได้ยินเสียงเมื่อตะกี้ไหมครับ มันดังและน่ากลัวมากเลยครับ

เจ้าอาวาส: อาตมาได้ยินแล้วโยม

ชายหนุ่ม: มันเป็นเสียงของอะไรครับ

เจ้าอาวาส: อาตมาบอกโยมไม่ได้หรอก เพราะโยมไม่ใช่พระ…

ชายหนุ่มเมื่อได้ยินหลวงพ่อบอกอย่างนี้จึงไม่ถามต่อ
แล้วเก็บมาคิดว่าเป็นเสียงของอะไรกันแน่ จนกระทั่งผ่านพ้นคืนนั้นไป
ชายหนุ่มก็โทรไปแจ้งประกัน และยกรถกลับไปที่กรุงเทพฯ
2 ปีต่อมา...
ชายหนุ่มคนนี้ก็ขับรถแล้วประสบอุบัติเหตุแบบเดิมอีก
เขานึกขึ้นได้ทันทีว่าเขาเคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง
ฝนก็ตกลงมาหนักกว่าคราวก่อน ฟ้าก็ร้อง ครืน ครืน พายุก็ซัดกระหน่ำ
เขาจึงตัดสินใจไปหลบพายุนี้ที่วัดนั้นอีก และได้เจอเจ้าอาวาส

'ช่างเป็นเป็นบุญวาสนาเหลือเกิน ที่ทำให้อาตมากับโยมมาพบกันอีก'
ส่วนชายหนุ่มก็ได้แต่คิดในใจว่า 'เป็นประวัติศาสตร์ซ้ำรอยรึไงฟระ
ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นแบบนี้ได้'
และแล้วชายหนุ่มก็ได้พักในห้องเดิมที่เคยพักมาเมื่อ 2 ปีที่แล้วนี้เอง
ชายหนุ่มรู้สึกฉงนใจเป็นอย่างมาก จนเผลอหลับไป
ทันใดนั้นเองตอนตี 3 ก็เกิดเสียงนั้นขึ้นมาอีก 'กึก กึก กึก…………โครม'
ชายหนุ่มสะดุ้งตื่นรีบลุกขึ้นแล้วออกไปหาต้นเหตุที่ทำให้เกิดเสียงนี้
วิ่งไปจนรอบกุฏิแล้วก็ยังหาไม่เจอ จนเสียงนี้เงียบไป
เขาจึงเข้าไปถามเจ้าอาวาส

ชายหนุ่ม: นี่มันเสียงอะไรกันแน่ครับหลวงพ่อ

เจ้าอาวาส: อาตมาไม่สามารถบอกโยมได้หรอกว่ามันเป็นเสียงอะไร

ชายหนุ่ม: ทำไมล่ะครับหลวงพ่อ

เจ้าอาวาส: นั้นก็เพราะโยมไม่ใช่พระ…

ชายหนุ่ม: แล้ววิธีไหนบ้างที่ทำให้ผมได้เป็นพระล่ะครับหลวงพ่อ

เจ้าอาวาส: โยมต้องออกบวชและจำวัดในวัดแห่งนี้ โยมจะออกบวชอย่างงั้นหรือ?

ชายหนุ่มเก็บข้อสงสัยนี้มานานแล้วจึงตัดสินใจออกบวชเพื่อจะได้รู้ว่าเป็นเสียงของ
อะไรกันแน่ แต่ในทางกลับกันชายหนุ่มเกิดซึ้งในรสพระธรรมจนลืมข้อสงสัยที่ตั้งไว้
และอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนา เวลาผ่านไป 40 ปี
ขณะที่พระ(ชายหนุ่ม)กำลังจำวัดอยู่นั้น ตอนตี3 ก็เกิดเสียงนั้นอีก 'กึก กึก กึก……………..โครม'
พระ(ชายหนุ่ม)เกิดมีสติจำความได้ว่าต้องการรู้คำตอบของเสียงนี้
พระรูปนี้จึงตรงไปหาเจ้าอาวาส ที่บัดนี้ได้ชราภาพแล้ว พระหนุ่มจึงถามเจ้าอาวาส
พระหนุ่ม: ในตอนนี้ผมได้เป็นพระสงฆ์หรือพุทธสาวกประจำพุทธศาสนาของเราแล้ว

ผมเองก็สงสัยมาตลอดจึง ขอให้ท่านได้โปรดบอกผมทีว่านี่เป็นเสียงอะไร
และท่านเจ้าอาวาสก็พาพระองค์นี้ไปดูว่าเป็นเสียงอะไร
และในที่สุดหลังจากพระหนุ่มได้แสวงหาคำตอบนี้มานาน
ก็รู้แล้วว่าเป็นเสียงของอะไร


แล้วคุณคนที่อ่านอยู่ล่ะ อยากรู้มั้ยล่ะว่าเป็นเสียงของอะไร




ตามผมมา....

v

v

v

v

v

v

v

v

v

v

v

แต่เสียดายนะผมเองก็คงจะบอกคุณไม่ได้หรอกนะ เพราะคุณไม่ใช่พระ…………
Sep 21, 2008
4:49 PM


Note: To add an image or link in your message, use <img src="http://www.hi5.com/example.jpg"> or <a href="http://www.hi5.com/example.html">Text </a>

 
 

  
สาวๆที่อยากได้แฟนรวยๆอ่านซะ จะได้เลิกคิด

เรื่องของสาวสวยกะนักค้าหุ้น ในวันขาขึ้น

คือว่าเรื่องมันมีอยู่ว่า

Email จากสาวสวยคนนึงเขียนถึงผู้ชายที่รู้จักในเน็ทหลายๆคนว่า :

ก่อนอื่นดิฉันขอสาบานว่าสิ่งที่ดิฉันพูดเป็นความจริงค่ะ ดิฉันอายุ 25 ปีค่ะ ความสูง 170 ซม. น้ำหนัก 50 กิโล ส่วนสัด 34-24-36 ผม
ยาว หน้าตาจัดว่าสวยมาก เซ็กซี่ มีรสนิยม

ดิฉันอยากจะแต่งงานกับผู้ชายรายได้สักสองแสนบาทอัพต่อเดือนสักคน คุณอย่าเพิ่งมองฉันโลภนะคะ รายได้ประมาณสองแสน
เนี้ยแค่ชนชั้นระดับกลางๆในห้องสินธรหรือวงการตลาดหุ้นเอง ฉันไม่ได้เรียกร้องมากไปใช่ไหมคะ

มี ใครในพันทิพ ห้องสินธร นี้ที่รายได้เกินสองแสนบ้างคะ พวกคุณแต่งงานไปกันหมดหรือยัง กรุณาช่วยตอบดิฉันทีค่ะ คือดิฉันอยากแต่งงานกับ
คนรวยๆ อย่างพวกคุณ

พวกที่ดิฉันคบ ด้วยนี่มีแต่พวกธรรมดาๆรายได้อย่างมากไม่เกินสามหมื่นเอง รายได้แค่นี้จะอุตริไปซื้อบ้านแถวสีลมเนี่ย ยังได้แค่มองเลยใช่
ไหมคะ ดิฉันมีคำถามดังนี้ค่ะ กรุณาช่วยตอบด้วยนะคะ

1. หลังจากตลาดหุ้นเปิด พวกคุณมักไปต่อที่ไหนกันคะ ( ชื่อร้าน , ผับ , fitness, ฯลฯ)

2. ถ้าจะแอบมองสาว คุณจะมองสาววัยไหนคะ

3. ทำไมคนที่แต่งงานกับคนรวยๆถึงมีแต่พวกอาซิ่มเฉิ่มๆ รสนิยมห่วยๆล่ะคะ

4. คุณใช้อะไรเป็นเกณฑ์ในการเลือกคนที่คุณจะแต่งงานด้วยคะ"

หลังจากนั้นไม่เกิน 30 นาที ก็มีเมล จากชายหนุ่มคนนึงส่งมาถึงเจ้าหล่อนว่า :

ถึงคุณสุดสวยครับ...หัวข้อกระทู้ของคุณน่าสนใจมากครับ และคงมีผู้หญิงหลายคนมีคำถามเดียวกันกับคุณ ขออนุญาตตอบคำถามในมุมมอง
ของคนเล่นหุ้นแบบผมนะคับ

รายได้ของผมจากการเป็นนักวิเคราะห์หลักทรัพย์และลงทุนในตลาดหุ้นมากว่า 10 ปี อยู่ที่ประมาณห้าแสนบาท ต่อเดือนขาดเหลือนิดหน่อย
ซึ่งก็น่าจะผ่านเกณฑ์ของคุณ ดังนั้นผมเชื่อว่าคำตอบของผม น่าจะไม่ทำให้คุณเสียเวลาอ่านนะครับ

จากมุมมองของผมซึ่งเป็นนักธุรกิจ การที่แต่งงานโดยเลือกเฉพาะที่ความสวยเพียงอย่างเดียวนั้น ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด คำตอบ
นั้นง่ายมาก อธิบายตามตรง จากข้อมูลที่คุณให้มา คุณพยายามจะเน้นจุดแข็งของสินค้าคือ " ความสวย " เพื่อแลกกับ " เงิน "

เมื่อคุณมีความสวย และผมมีเงิน แน่นอนว่ามัน Fair และน่าจะเป็นไปได้กับโอกาสทางธุรกิจที่คุณเสนอแต่ก็ติดปัญหาที่ว่าความสวยของคุณ
นั้นจืดจางลงทุกวัน ในขณะที่เงินของผมไม่ได้ไปไหน ถ้าไม่มีปัญหาอะไร

หรือในอีกนัยหนึ่ง รายได้ของผมมีแต่จะเพิ่มทุกปีและเงินของผมก็สามารถนำไปให้ก่อให้เกิดผลตอบแทนงอกเงยขึ้นอย่างสม่ำเสมอ ในขณะที่
คุณไม่ได้สวยขึ้นเมื่อข้ามปีและมีแนวโน้มที่จะลดลงๆในแต่ละปีที่ผ่านไปเช่นกัน

ใน มุมมองของนักเศรษฐศาสตร์ คุณคือสินทรัพย์ที่เสื่อมค่า ไม่ได้เสื่อมธรรมดานะ เสื่อมแบบอัตราก้าวหน้า ดังนั้นถ้าความสวยคือสิ่งเดียวที่
คุณมี ก็จงคิดต่อว่า 10 ปีข้างหน้าจะทำอย่างไร

นิยามที่เราใช้กันในตลาดหุ้น คือ ทุก ๆ การ Trade มี Position การคบกับคุณก็ถือเป็น Position แต่ถ้า Value ของมันลดลง เรา
จะขายมันทิ้ง ไม่ใช่ความคิดที่ดีที่จะดันทุรังเก็บมันไว้ ซึ่งหมายถึงการแต่งงานที่คุณต้องการ
อาจ จะแทงใจดำถ้าผมต้องบอกคุณตรงๆอย่างจริงใจว่า ถ้า Value ของ Asset ลดลงเรื่อย ๆ ถ้าเราไม่ขายทิ้ง เราจะ ใช้วิธีการ "ให้เช่าซื้อ" แทน

แน่นอนว่าคนที่มีรายได้เกินสองแสนบาทต่อเดือนฉลาดพอ พวกเขาแค่คบคุณ แต่จะไม่แต่งงานกับคุณ

ดัง นั้นจึงขอแนะนำคุณอย่างหวังดีว่าคุณควรที่จะหยุดที่จะหาวิธีที่จะได้แต่งงาน กับคนรวย และคุณควรที่จะทำให้ตัวเองเป็นคนที่มีรายได้เกิน
สองแสนบาทแทนซะเอง

ซึ่งในทางเทคนิคแล้วน่าจะมีโอกาสมากกว่าการหาคนรวยแต่โง่คนนึง ( รวยธรรมดาอย่างเดียวไม่พอ ต้องโง่พร้อมด้วย)

หวัง ว่าคำตอบนี้จะช่วยคุณได้บ้าง อย่างไรก็ตามถ้าหากคุณสนใจ option ในบริการ ‘เช่าซื้อ ' กรุณาติดต่อผม..... เพื่อทำ Bid offer ในโอกาสต่อไป
Sep 21, 2008
4:50 PM


Note: To add an image or link in your message, use <img src="http://www.hi5.com/example.jpg"> or <a href="http://www.hi5.com/example.html">Text </a>

 
 

  
กุหลาบแดงคือดอกไม้สุดโปรดของเธอ และเธอก็ชื่อโรส
ซึ่งหมายถึงกุหลาบด้วย
ทุกปีสามีของเธอจะส่งดอกกุหลาบผูกโบว์น่ารักให้
แม้กระทั่งปีที่เขาตายจากไป

เธอก็ยังได้รับดอกกุหลาบซึ่งมาส่งที่หน้าบ้าน
การ์ดที่แนบมาเขียนไว้ว่า "ที่รักของผม" เหมือนกับหลาย ๆ
ปีก่อนหน้านี้
แต่ละปีที่เขาส่งดอกกุหลาบให้เธอ เขาจะเขียนว่า
"ปีนี้ผมรักคุณมากกว่าที่ผมเคยรักเมื่อปีก่อน
เพราะความรักของผมเติบโตขึ้นทุกปีที่ผ่านไป"

เธอรู้ว่านี่คือกุหลาบช่อสุดท้ายแล้วที่เธอจะได้รับ
เธอคิดว่าเขาคงสั่งดอกไม้ล่วงหน้าก่อนถึงวันวาเลนไทน์
โดยที่เขาไม่รู้ว่า เขาจะจากไป
เขามักจะทำอะไรเอาไว้ล่วงหน้าเสมอ
เพื่อที่จะได้ไม่พลาดแม้ว่าเขาจะงานยุ่งแค่ไหนก็ตาม

เธอตัดก้านกุหลาบ แล้วจัดมันลงในแจกันสุดพิเศษ
วางไว้ข้างภาพถ่ายใบหน้าเปื้อนยิ้มของสามี
นั่งลงบนเก้าอี้ตัวโปรดของเขา
เนิ่นนานนับชั่วโมง จ้องมองภาพถ่ายของเขา
ที่มีดอกกุหลาบอยู่ด้านข้าง

หนึ่งปีผ่านไป มันยากมากสำหรับการที่ต้องอยู่คนเดียว
โชคชะตาบันดาลให้เธอต้องกลายเป็นคนอ้างว้างเปล่าเปลี่ยว
แล้วกริ่งประตูก็ดังขึ้นเหมือนวันวาเลนไทน์ปีก่อน ๆ
เมื่อเธอเปิดประตูก็พบกุหลาบแดงวางอยู่ที่หน้าประตู
เธอนำมันเข้ามา
ในบ้าน และรู้สึกตกใจกับสิ่งที่ได้รับ
ในที่สุดเธอก็กดโทรศัพท์ไปที่ร้านดอกไม้

เมื่อเจ้าของร้านมารับสาย เธอจึงถามเขาว่า
ทำไมถึงมีคนส่งดอกไม้ให้เธอ
ซึ่งมันทำให้เธอรู้สึกเจ็บปวด "ผมทราบว่าสามีของ
คุณจากคุณไปเมื่อปีที่แล้ว" เจ้าของร้านตอบ
"และผมก็รู้ว่าคุณต้องโทรมา
และอยากรู้ว่าใครส่งดอกไม้ไปให้ ดอกไม้ที่คุณ
ได้รับวันนี้ชำระเงินล่วงหน้าเรียบร้อยแล้วครับ
สามีคุณเป็นคนสั่งดอกไม้โดยเตรียมการไว้ล่วงหน้า
ผมยังมีคำสั่งซื้อดอกไม้จากเขาเก็บเอาไว้ในแฟ้มอีก
ผมได้รับคำสั่งให้ส่งดอกไม้ให้คุณทุกปี
ยังมีอีกเรื่องนะครับที่ผมคิดว่าคุณควรจะทราบ
เขาเขียนการ์ดพิเศษเอาไว้ให้คุณใบหนึ่งเมื่อหลายปีที่แล้ว
และเขาต้องการให้ผมส่งการ์ดนี้แก่คุณ
ในปีถัดจากปีที่เขาจากคุณไปแล้ว"

เธอกล่าวขอบคุณเจ้าของร้านดอกไม้แล้ววางโทรศัพท์
น้ำตาไหลอาบแก้ม
นิ้วของเธอสั่นระริกขณะเอื้อมมือไปหยิบการ์ดใบนั้น
บนการ์ดมีลายมือของเขาที่เขียนถึงเธอ
แล้วเธอก็เริ่มอ่านมันอย่างเงียบ ๆ
ในการ์ดเขียนว่า


"หวัดดีจ้ะที่รัก ถึงตอนนี้ผมได้จากคุณไปหนึ่งปีแล้ว
หวังว่ามันคงไม่ทำให้คุณรู้สึกเหนื่อยเกินไปในการต่อสู้กับปีที่ผ่านมานะ
ผมรู้ว่าคุณคงรู้สึกอ้างว้างและเจ็บปวด
ถ้าเป็นผมก็คงรู้สึกไม่ต่างจากคุณ
ความรักของเราสองคนทำให้ทุกสิ่งในชีวิตดูงดงามไปหมด
ผมรักคุณมากเกินกว่าที่จะบรรยายได้คุณคือภรรยาที่สมบูรณ์แบบ
คุณเป็นทั้งเพื่อนและคนรัก คุณเติมชีวิตผมให้เต็ม
ผมรู้ว่ามันเพิ่งผ่านไปได้แค่ปีเดียวแต่ผมไม่อยากให้คุณตกอยู่ในความเศร้า
ผมอยากให้คุณมีความสุข แม้กระทั่งเวลาที่คุณหลั่งน้ำตา
และนี่คือเหตุผลว่าทำไมผมจะยังคงส่งดอกไม้ให้คุณต่อจากนี้อีกหลายปี
เมื่อคุณได้รับดอกกุหลาบผม
อยากให้คุณนึกถึงความสุขตลอดระยะเวลาที่เราได้รักกัน
ผมรักคุณเสมอ และรู้ว่ามันจะเป็นเช่นนั้นตลอดไป

แต่ที่รัก คุณต้องต่อสู้ต่อไป ต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป
ได้โปรดมองหาความสุข
ตลอดวันเวลาที่คุณยังมีชีวิตอยู่ ผมรู้ว่ามันไม่ง่าย
หากหวังว่าคุณคงไปถึงมันได้สักวัน
กุหลาบจะส่งถึงคุณทุกปีและจะหยุดส่งก็ต่อเมื่อคนที่มาส่งดอกไม้เคาะประตูแล้ว
ไม่มีใครมาเปิดรับ
เขาจะมาส่งห้าครั้งในวันนั้นเผื่อว่าคุณจะออกไปธุระข้างนอก
หากครบห้าครั้งแล้วยังมอบดอกกุกลาบให้คุณไม่ได้
เขาจะรู้เองว่าต้องนำดอกไม้ไปยังสถานที่ที่ผมสั่งเอาไว้
ดอกกุหลาบจะวางลงบนที่ที่เราจะได้อยู่ร่วมกัน
อีกครั้งชั่วนิรันดร์"

- - - - ไม่ทราบที่มาที่แท้จริง - - - -
Sep 21, 2008
4:51 PM


Note: To add an image or link in your message, use <img src="http://www.hi5.com/example.jpg"> or <a href="http://www.hi5.com/example.html">Text </a>

 
 

  

Title
body